ในปัจจุบัน การผ่าตัดกระดูกสันหลังเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลผ่าตัดใหญ่เหมือนในอดีต เพียงแต่ส่องกล้องเพื่อตัดเอาชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้น ประสาทออก อาการของผู้ป่วยก็หายได้เหมือนผ่าตัดเปิดแบบแผลผ่าตัดใหญ่ ในขณะที่ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้เร็วขึ้นมาก และเจ็บแผลผ่าตัดเพียงเล็กน้อย แต่ยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดใส่โลหะ หรือสกรู ยึดตรึงกระดูกสันหลัง ซึ่งการผ่าตัดส่วนใหญ่ยังคงต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บแผลผ่าตัดมากและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าผู้ป่วย จะสามารถลุกขึ้นยืนหรือเดินได้เป็นปกติ ต้องใช้เวลานานหลายวัน หรืออาจเป็นสัปดาห์ได้ แต่ในปัจจุบันมีวิธีการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแบบเปิดแผลเล็ก ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเจ็บแผลผ่าตัดเพียงเล็กน้อย การฟื้นตัวหลังผ่าตัดจึงเร็วขึ้น ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด โดยที่ผลการรักษาไม่แตกต่างกับวิธีผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ แต่วิธีนี้ศัลยแพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลัง ร่วมกับสามารถผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ได้
โรคที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลัง ส่วนใหญ่ได้แก่โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) หรืออุบัติเหตุกระดูกสันหลังแตกหรือยุบ แต่โรคที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนที่ระดับเอว เป็นโรคที่มีการเลื่อนไถลของกระดูกสันหลังชิ้นบน เลื่อนในแนวระนาบ บนกระดูกสันหลังชิ้นล่าง (รูปที่ ๑) ทำให้กระดูกสันหลัง ชิ้นบนกดเบียดเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังร้าวลงขา น่องหรือเท้า ตามการทำงานของ เส้นประสาทเส้นนั้น บางรายอาจปวดมากจนเดินไม่ได้ หรือมีอาการหนักมากจนไม่สามารถขับถ่ายได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์มักจะมีอาการปวดหลังมากกว่าอาการปวดร้าวลงขา หรือน่อง นอกจากอาการดังกล่าวยังมี ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่กระดูกสันหลังเคลื่อนแต่ไม่ได้มีอาการจากเส้นประสาท ถูกกดเบียด แต่มีอาการชาที่น่อง ขา หรือเท้า บางครั้งรู้สึกขาหนักๆ ขาอ่อนกำลัง จะมีอาการในขณะที่ยืนนานๆ หรือเดินสักพักจะก้าวขาไม่ออก ต้องนั่งพักสักครู่จึงเดินได้เป็นปกติ อาการดังกล่าวเป็นอาการที่เกิดจาก ภาวะช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
รูปที่ ๑ ภาพเปรียบเทียบกระดูกสันหลังปกติ และภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด ใส่โลหะ หรือสกรู ยึดตรึงกระดูกสันหลัง การผ่าตัดใส่สกรู ยึดกระดูกสันหลัง ต้องผ่าตัดเปิดแผลยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร (รูปที่ ๒) ในแนวกลางหลังระดับเอว ขณะผ่าตัดต้องถ่างกล้ามเนื้อ ออกจากแนวกลางข้างละประมาณ 5-6 เซนติเมตร เพื่อที่จะสามารถใส่สกรูได้ในตำแหน่งที่ต้องการ ต่อจากนั้นจึงทำการตัดกระดูกที่กดเส้นประสาทออก จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดดังกล่าว กล้ามเนื้อหลังจะได้รับความบอบช้ำจากการผ่าตัดเป็นอย่างมาก เสียเลือดจากการผ่าตัดจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดแผลผ่าตัดมาก และใช้เวลาในการพักฟื้นหลายวันจึงจะสามารถลุกยืนหรือเดินได้
รูปที่ ๒ ภาพแสดงแผลเป็น หลังจากการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแบบวิธีเปิดแผลใหญ่
ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดที่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บแผลผ่าตัดน้อย พักฟื้นน้อย ลุกเดินได้เร็วขึ้นมาก แต่วิธีดังกล่าว ศัลยแพทย์ต้องมีความชำนาญในการผ่าตัดใส่สกรูแบบธรรมดา ร่วมกับต้องมีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) วิธีการที่แตกต่างกันคือ แพทย์จะลงแผลผ่าตัดที่หลังห่างแนวกลางไปทางด้านข้างทั้ง 2 ข้าง แผลยาวประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร (รูปที่ ๓) แผลลงในตำแหน่งที่จะใส่สกรู จากนั้นจะถ่างกล้ามเนื้อหลังออกเพียง 2.5 เซนติเมตร ด้วยเครื่องมือพิเศษ เพื่อที่จะทำการใส่สกรู (รูปที่ ๔) โดยใช้ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ (X-ray) ช่วยในการบอกตำแหน่งและทิศทางในการผ่าตัดใส่สกรู (รูปที่ ๕) หลังจากการใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแล้วแพทย์จะทำการตัดส่วนของกระดูกและหมอน รองกระดูกสันหลังที่กดทับเส้นประสาท ด้วยการผ่าตัดมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
รูปที่ ๓ ภาพแสดงแผลเป็น หลังจากการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแบบวิธีเปิดแผลเล็ก
รูปที่ ๔ ภาพขณะผ่าตัด แสดงเครื่องมือถ่างกล้ามเนื้อและหัวสกรูยึดกระดูกสันหลัง
ซึ่งผ่าตัดโดยใส่ผ่านเครื่องมือถ่างกล้ามเนื้อชนิดพิเศษ
รูปที่ ๕ ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ขณะผ่าตัด แสดงการใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังผ่านเครื่องมือถ่างกล้ามเนื้อ
เมื่อเทียบขนาดของความยาวแผล และขนาดของกล้ามเนื้อที่ต้องถ่างออก จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดวิธีเปิดแผลเล็กเพื่อใส่สกรู กล้ามเนื้อได้รับความบอบช้ำจากการผ่าตัดน้อยมาก จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บแผลผ่าตัดน้อย ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้เร็วขึ้นมาก ผู้ป่วยเกือบทุกรายสามารถลุกขึ้นยืนหรือเดินได้ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับออกจากโรงพยาบาลได้ในเวลาภายใน 2-3 วันหลังการผ่าตัด
ที่มา:thaiminispine.net